Health

  • ห่วงกลุ่มเปราะบาง เสี่ยงป่วยง่าย จากสภาพอากาศแปรปรวน
    ห่วงกลุ่มเปราะบาง เสี่ยงป่วยง่าย จากสภาพอากาศแปรปรวน

    กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนดูแลสุขภาพตนเอง ห่วงกลุ่มเปราะบางที่อาจป่วยง่าย เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ รวมทั้งประชาชนทุกคนควรดูแลสุขภาพตนเอง หวั่นร่างกายปรับตัวไม่ทัน ภูมิต้านทานลดต่ำลง ในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน

    นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า หลายพื้นที่ของประเทศไทย เริ่มอยู่ในช่วงสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง จากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว ในภาคเหนือและภาคใต้ยังเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนเป็นพายุฝนก่อนที่อุณหภูมิจะลดลง หากร่างกายปรับตัวไม่ทัน ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัด และโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารเป็นพิษและอุจจาระร่วง ประกอบกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงอากาศเย็น

    กรมอนามัย

    กรมอนามัยจึงขอให้ประชาชนระมัดระวัง ดูแลสุขภาพของตนเอง และบุคคลในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำ มีความเสี่ยงเจ็บป่วยได้ง่าย จึงควรดูแลร่างกายของตนเองให้แข็งแรง หากครอบครัวที่มีเด็กทารกควรเน้นย้ำให้ดื่มนมแม่เป็นประจำ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ทารกแรกเกิด – 6 เดือน หลังจากนั้น สามารถให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัย สำหรับกลุ่มวัยอื่นควรรักษาความอบอุ่นของร่างกายสม่ำเสมอ ไม่สวมเสื้อผ้าเปียกชื้นโดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตก พกร่มและเสื้อกันฝนติดตัว

    นายแพทย์สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวต่อว่า ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง จะส่งผลให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง จึงควรกินอาหารมีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ เลือกกินร้อนและปรุงสุก ปรุงประกอบอาหารจากผักพื้นบ้านตามฤดูกาลและหาได้ง่ายในช่วงหน้าหนาว เช่น กระเจี๊ยบ ดอกขี้เหล็ก ยอดมะขาม ซึ่งอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ

    เน้นเมนูอาหารที่มีเครื่องเทศ สมุนไพรที่มีฤทธิ์รสเผ็ดร้อน เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดเพิ่มความอบอุ่นในร่างกาย กินผลไม้สดที่อุดมด้วยวิตามินซี เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ มะขามป้อม มะขามเทศ เกรปฟรุต สตรอเบอร์รี่ พลับ จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

    หลีกเลี่ยงอาหารที่เค็มจัด หวานจัด มันจัดจนเกินไป งดของมึนเมา งดสารเสพติด งดสูบบุหรี่ ดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว การดื่มน้ำ จะช่วยรักษาสมดุลของร่างกายไม่เป็นหวัดง่าย ทั้งยังช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย

    ทั้งนี้ ควรเสริมสร้างภูมิต้านทานร่างกายให้แข็งแรงพร้อมต่อสู้กับเชื้อโรค ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 4 เข็ม และเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน หากสงสัยว่ามีอาการป่วย ควรแยกตนเองออกจากส่วนรวม และตรวจด้วย ATK สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรกินยาอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการของโรค ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน รักษาสุขอนามัย หมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในสถานที่มีคนจำนวนมากและแออัด เพื่อดูแลทั้งตัวเอง และคนใกล้ตัวให้มีสุขภาพแข็งแรง รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

Economy

  • เอ็มเอไอ ชี้ บจ.เล็กแกร่งขึ้นหลังผ่าน COVID
    เอ็มเอไอ ชี้ บจ.เล็กแกร่งขึ้นหลังผ่าน COVID

    เอ็มเอไอ ชี้ บจ.เล็กแกร่งขึ้นหลังผ่าน COVID พร้อมดันไอพีโอใหม่ปี 66 ทะลุ 15 บริษัท

    เอ็มเอไอ ประเมิน ปี 2566 ความท้าทายสูง ทั้งเงินเฟ้อ และต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น เชื่อบจ.แกร่งปรับตัวได้ ด้านหุ้นไอพีโอ คาดจะเข้าอีกไม่ต่ำกว่า 15 บริษัท อุตสาหกรรมเริ่มกระจายตัว

    นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ เปิดเผยว่า ความท้าทายของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในปี 2566 ยังอีกมาก โดยปัจจัยที่สำคัญมาจากภาวะเงินเฟ้อที่สูง และต้นทุนสินค้าที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นอุปสรรคสำคัญกับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ยังมองว่าบจ.ขนาดกลางและขนาดเล็กยังรับมือความผันผวนและสร้างการเติบโตที่ดีได้

    “ปี 2566 มีความท้าทายในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านต้นทุน หรือ อัตราเงินเฟ้อ ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่เราเห็นว่า เอกชนไทยเก่งและสามารถปรับตัวรับมือความผันผวน จากการเก็บข้อมูลเราพบว่าบจ.ใน mai แข็งแกร่งขึ้น”

    เอ็มเอไอ ชี้ บจ.เล็กแกร่งขึ้นหลังผ่าน COVID
    ทั้งนี้จากการเก็บข้อมูลของ mai ในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาบริษัทจดทะเบียนมีการเติบโตของรายได้ที่ดี นอกจากนี้บริษัทยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้อยางต่อเนื่อง ด้านความเข้มแข็งของบริษัทจดทะเบียนใน mai.มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น แม้จะผ่านการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่ธุรกิจส่วนใหญ่ปรับตัวได้รวดเร็ว

    สำหรับการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 18 บริษัท โดยจะมีบริษัทเข้า IPO ในช่วงที่เหลือของปีนี้อีก 3 บริษัทในช่วงเดือนธ.ค.นี้ โดยในปี 2566 มองว่ายังมีบริษัทเข้าระดมทุนอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 15 บริษัท

    “ไอพีโอปีนี้เราคาดว่าจะจบที่ 18 บริษัท โดย บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTW เป็นบริษัทลำดับที่ 15 ที่เข้าเทรด และในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีเพิ่มอีก 3 บริษัท ซึ่งถือว่าปีนี้เป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งสำหรับการเข้าระดมทุนใน mai”

     

     

    ทั้งนี้ทิศทางการระดมทุนในปีหน้า หุ้นไอพีโอ จะเข้าเทรดคึกคักทั้ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ และน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยในฝั่ง mai คาดว่าจะมีหุ้นที่เข้าเทรดประมาณ 15 หลักทรัพย์ โดยธุรกิจที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2566 จะมีลักษณะที่กระจายตัว ไม่ได้กระจุกตัวไปในด้านใดด้านหนึ่ง

     

    ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : bbcgainesville.com